Showing posts with label PAT. Show all posts
Showing posts with label PAT. Show all posts

Saturday, August 14, 2010

ประชุมเชิงวิชาการ วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เชิญผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.6

ประชุมเชิงวิชาการ

วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เวลา 9.00-11.30 น. ณ ห้องประชุมแอมบรอสิโอ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม

ในหัวข้อดังนี้

1. สิ่งที่ต้องรู้ GPAX , GAT , PAT ,O-NET , Admission
2. เส้นทางการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ** รู้ก่อน มี “ติด” ก่อน **

2.1. โครงการรับตรง

- รับตรงพิเศษ , รับตรงปกติ , โควตามหาวิทยาลัยเชียงใหม่

2.2. แอดมิชชั่นกลาง

2.3. แฟ้มสะสมผลงาน(Portfolio) และเทคนิคการสอบสัมภาษณ์

3. ผู้ปกครองร่วมเสนอข้อคิดเห็นและซักถามปัญหาต่างๆ

กรุณาแจ้งเข้าร่วมประชุมล่วงหน้าที่ โทร. 08-1883-7512 , 08-6198-2923

[ เพื่อจัดเตรียมห้องประชุมและจองเอกสารไว้ก่อน]

คณะกรรมการตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.6

Wednesday, August 4, 2010

GAT PAT ครั้งที่ 2/2553 (สอบเดือน ก.ค. 53) ผลออกแล้ว





สทศ.เผยภาพรวมสอบ GAT-PAT เดือน ก.ค. พบ GAT ได้ 0 คะแนนกว่า 8,000 คนเท่าครั้งก่อน เต็ม 20,000 คน ขณะที่คะแนน PAT ไม่มีได้เต็ม ยกเว้นภาษาญี่ปุ่น “ศ.ดร.อุทุมพร” ชี้ความยากข้อสอบไม่ต่างจากครั้งเดือน มี.ค. ระบุเปลี่ยนข้อสอบส่งผลค่าการเดาถูกลดลง รับไม่แปลกใจเด็กได้ 0 เชื่อจากปัญหาคิดวิเคราะห์ - บางคนเพียงแค่ดูข้อสอบ เจอทุจริต 22 ราย ประกาศผลให้ 13 ราย

วันนี้(3 ส.ค.) ที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการ สทศ. แถลงผลการจัดสอบแบบทดสอบวัดความถนัดทั่วไป (GAT) และแบบทดสอบวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ (PAT) ครั้งที่ 2/2553 (สอบเดือน ก.ค. 53) ว่า สทศ.จะประกาศผลสอบในวันที่ 5 ส.ค.นี้ โดยเด็กสามารถเข้าระบบเพื่อตรวจสอบผลคะแนนได้ตั้งแต่เวลา 24.00 น.ของวันที่ 4 ส.ค. ซึ่งถือว่าเป็นการประกาศผลเร็วกว่ากำหนดเดิมในวันที่ 14 ส.ค. สำหรับผู้ที่ต้องการขอดูกระดาษคำตอบ สามารถยื่นคำร้องได้ตั้งแต่วันที่ 6-8 ส.ค. และจะเปิดให้ดูกระดาษคำตอบในวันที่ 21 ส.ค.

ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวต่อว่า สทศ.ได้วิเคราะห์ผลการสอบ GAT/PAT ดังกล่าวพบว่า
1. มีผู้เข้าสอบ GAT จำนวน 222,065 คน
เต็ม 300 คะแนน
ได้เฉลี่ย 128.43 คะแนน
ต่ำสุด 0 คะแนน
สูงสุด 300 คะแนน
จำแนกเป็น GAT 1 เต็ม 150 คะแนน
เฉลี่ย 81.51 คะแนน
โดยมีผู้สอบได้ 0 คะแนน ประมาณ 8,000 คน
ส่วนผู้ที่ได้เต็มมีประมาณ 20,000 คน
GAT 2 เต็ม 150 คะแนน
ได้เฉลี่ย 46.92 คะแนน
ได้ต่ำสุด 0 คะแนน
และได้เต็ม

2. PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
เข้าสอบ 131,335 คน
เต็ม 300 คะแนน
ได้เฉลี่ย 56.26 คะแนน
ต่ำสุด 0 คะแนน
สูงสุด 288 คะแนน

3.PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
เข้าสอบ 133,002 คน
เต็ม 300 คะแนน
ได้เฉลี่ย 85.49 คะแนน
ต่ำสุด 0 คะแนน
สูงสุด 251 คะแนน

4.PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
เข้าสอบ 28,745 คน
เต็ม 300 คะแนน
ได้เฉลี่ย 83.54 คะแนน
ต่ำสุด 15 คะแนน
สูงสุด 279 คะแนน

5.PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
เข้าสอบ 13,828 คน
เต็ม 300 คะแนน
ได้เฉลี่ย 102.06 คะแนน
ต่ำสุด 3 คะแนน
สูงสุด 225 คะแนน

6.PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
เข้าสอบ 102,219 คน
เต็ม 300 คะแนน
ได้เฉลี่ย 127.80 คะแนน
ต่ำสุด 0 คะแนน
สูงสุด 226 คะแนน

7. PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
เข้าสอบ 15,262 คน
เต็ม 300 คะแนน
ได้เฉลี่ย 119.93 คะแนน
ต่ำสุด 17.5 คะแนน
สูงสุด 217.5 คะแนน

ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวอีกว่า ในส่วน PAT 7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ จำแนกเป็น PAT 7.1 ภาษาฝรั่งเศส เข้าสอบ 3,323 คน เต็ม 300 คะแนน ได้เฉลี่ย 93.33 คะแนน ต่ำสุด 39 คะแนน สูงสุด 282 คะแนน , PAT 7.2 ภาษาเยอรมัน เข้าสอบ 579 คน เต็ม 300 คะแนน ได้เฉลี่ย 98.68 คะแนน ต่ำสุด 42 คะแนน สูงสุด 270 คะแนน , PAT 7.3 ภาษาญี่ปุ่น เข้าสอบ 2,920 คน เต็ม 300 คะแนน ได้เฉลี่ย 105.26 คะแนน ต่ำสุด 30 คะแนน สูงสุด 300 คะแนน, PAT 7.4 ภาษาจีน เข้าสอบ 5,007 คน เต็ม 300 คะแนน ได้เฉลี่ย 85.21 คะแนน ต่ำสุด 18 คะแนน สูงสุด 270 คะแนน, PAT 7.5 ภาษาอาหรับ เข้าสอบ 590 คน เต็ม 300 คะแนน ได้เฉลี่ย 87.97 คะแนน ต่ำสุด 33 คะแนน สูงสุด 228 คะแนน และ PAT 7.6 ภาษาบาลี เข้าสอบ 228 คน เต็ม 300 คะแนน ได้เฉลี่ย 90.39 คะแนน ต่ำสุด 48 คะแนน สูงสุด 213 คะแนน

“จากการวิเคราะห์ข้อสอบ GAT/PAT ครั้งล่าสุดเทียบกับการสอบครั้งที่ 1 ในเดือน มี.ค.53 พบว่า ค่าความยากของข้อสอบไม่แตกต่างกัน ค่าจำแนกของข้อสอบสูงขึ้น และผลจากการเปลี่ยนข้อสอบส่งผลให้ค่าการเดาถูกลดลง 3 วิชา ส่วนวิชาอื่นๆ ใกล้เคียงกับการสอบครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามผลการสอบครั้งนี้คงไม่สามารถนำคะแนนดิบมาเทียบกับการสอบครั้งที่ผ่านมาได้ เพราะใช้ข้อสอบชุดใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม ส่วนเด็กที่สอบ GAT ได้ 0 คะแนนถึง 8,000 คนนั้น ถือว่าเท่ากับการสอบครั้งที่ผ่านมา ซึ่งไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะเป็นที่รู้กันว่าเด็กไทยมีปัญหาเรื่องการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติ อย่างไรก็ตามเด็กที่ได้คะแนน 0 ในทุกวิชา มีบางส่วนเป็นเด็ก ม.6 ที่เข้ามาสอบเพื่อต้องการดูข้อสอบ แต่ไม่มีการฝนกระดาษคำตอบแม้แต่ข้อเดียว เพราะเด็กคงถือว่ายังสามารถสอบในครั้งต่อไปได้” ผอ.สทศ. กล่าว

ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวด้วยว่า สทศ.ยังได้สรุปการตัดสินผู้ทำผิดระเบียบการเข้าห้องสอบ ซึ่งพบว่ามี 22 ราย โดย 13 รายประกาศผลสอบให้ ส่วนที่เหลืออีก 9 ราย ไม่ประกาศผลสอบ เพราะถือว่าทำผิดระเบียบ เช่น ใช้บัตรประชาชนที่ชำรุดมาแสดงเป็นหลักฐานในการเข้าสอบ นำโทรศัพท์มือถือเข้าห้องสอบและมีเสียงเรียกเข้า หลังทำข้อสอบเสร็จได้เปิดมือถือและเล่นเกมส์ นำไม้บรรทัดที่มีสูตรคำนวณเข้ามาในห้องสอบ นำเครื่องคิดเลขเข้าห้องสอบ นำข้อสอบและกระดาษคำตอบออกจากห้องสอบ และนำมาคืนหลังสอบเสร็จ 20 นาที เป็นต้น สำหรับผู้ที่เข้าสอบ GAT/PAT ที่มีอายุมากกว่า 23 ปีขึ้นไปนั้น มีทั้งหมด 923 คน โดยวิชาที่เข้าสอบมากที่สุดคือ GAT 308 คน รองลงมา PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ 274 คน

Saturday, June 26, 2010

การสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 2/2553 (สอบกรกฎาคม 2553)

การสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 2/2553 (สอบกรกฎาคม 2553)



นักเรียน ม. 6 ที่ต้องการแก้ไขระดับชั้นจาก ม.5 เป็น ม.6 สามารถทำได้ตั้งแต่วันที่ 11 - 31 สิงหาคม 2553

*ต้องการดูสนาม สอบและห้องสอบ กรุณาพิมพ์บัตรประจำตัวผู้เข้าสอบได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

*ในวันสอบ ผู้เข้าสอบต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ที่มีรูปถ่าย

* นักเรียน ม.5 (ณ วันสอบ) โปรดละเว้นจากการไปเข้าสอบ การเข้าสอบของท่านอาจทำให้ท่านเสียสิทธิในการพิจารณารับเข้าศึกษาต่อในระดับ อุดมศึกษา (Admission กลาง)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ สทศ เวปไซท์ http://www.niets.or.th/

เตรียมตัวศึกษากระดาษคำตอบGAT PAT ก่อนลงสนามสอบ


ตัวอย่าง กระดาษคำตอบ GAT/PAT (สอบ กรกฏาคม 2/2553)

Monday, March 1, 2010

รูปแบบข้อสอบ GAT PAT รอบ มีนาคม 2553 ครับ

เดี๋ยวเราก็ต้องสอบกันแล้ว ชาว ม.5
เตรียมตัว !! เตรียมใจ รึยังเอ่ยย ??

มาดูรูปแบบของข้อสอบกัน ครับ








Wednesday, April 29, 2009

จุฬาฯ ใช้คะแนนPATเดือนก.ค.และต.ค.

    (ED)จุฬาฯ ใช้คะแนนPATเดือนก.ค.และต.ค.

    ผศ.ดร.ม.ร.ว.กัลยา ติงศภัทย์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตามที่จุฬาฯ เปิดรับตรงปีการศึกษา 2553 ในคณะวิชาต่างๆ โดยกำหนดที่จะใช้คะแนนจากแบบทดสอบศักยภาพทั่วไป หรือ GAT และแบบทดสอบศักยภาพทางวิชาชีพ/วิชาการหรือ PAT โดยใช้คะแนนการสอบในเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นการสอบครั้งที่ 2 นั้น ปรากฏว่าได้รับเสียงคัดค้านจากผู้ปกครองนักเรียนจำนวนมาก บางรายก็จะฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพราะเห็นว่าเป็นการตัดสิทธิเด็ก เพราะเด็กยังมีความรู้ด้านวิชาการไม่เพียงพอ ซึ่งจุฬาฯ ก็รับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย

    ดังนั้นในการสอบตรงปกติปีการศึกษา 2553 ของจุฬาฯ จะเปิดโอกาสให้นักเรียนนำคะแนนGAT และ PAT ที่สอบในเดือน ก.ค.หรือครั้งที่ 2 และ การสอบเดือน ต.ค.ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 โดยนำคะแนนที่ดีที่สุดมาใช้ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กอย่างเต็มที่ โดยจุฬาฯ หารือที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. ซึ่งเข้ามารับผิดชอบในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาหรือ แอดมิชชั่นส์ แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แล้ว ทปอ.ยินดีที่จะเลื่อนเวลาในการส่งรายชื่อระบบรับตรงจากเดิมคือวันที่ 31 ม.ค.2553 เป็นวันที่ 15 มี.ค.2553 ดังนั้นสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติหรือ สทศ. ก็สามารถตรวจข้อสอบและประกาศผลGAT และ PAT ครั้งที่ 3 ได้ทัน ดังนั้นการรับตรงปกติของ จุฬาฯ ก็จะให้สิทธิเด็กนำคะแนนครั้งที่ 2หรือ 3 มาใช้ เป็นการเพิ่มโอกาสให้กับเด็ก

    “ส่วนการรับตรงแบบพิเศษ เช่น จุฬาฯชนบท การคัดเด็กที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬา ศิลปะ เป็นการคัดเลือกที่ต้องดำเนินการค่อนข้างเร็ว ก็จะใช้คะแนนGAT และ PAT ครั้งที่ 2 เท่านั้น หากเด็กไม่ผ่านการคัดเลือกระบบรับตรงแบบพิเศษ ก็ยังมีสิทธิมาสมัครรับตรงปกติ และใช้คะแนน GAT และ PAT ครั้งที่ 3 มาสมัครได้ด้วย ซึ่งจุฬาฯทำทุกอย่างเพื่อเพิ่มโอกาสให้กับเด็ก ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิเด็กอย่างที่ผู้ปกครองบางกลุ่มเข้าใจ และหากสอบรับตรงไม่ได้ ก็ยังสามารถสมัครสอบแอดมิชชั่นส์กลางได้อีก” ผศ.ดร.ม.ร.ว.กัลยา กล่าว

    ทั้งนี้ ระบบรับตรงของจุฬาฯ เลียนแบบมาจากการรับแอดมิชชั่นส์ โดยเด็กสามารถทราบคะแนนของตนเองก่อนเลือกคณะ ไม่ได้อยู่ในความมืดโดยไม่รู้ว่าตนเองมีคะแนนเท่าใด ก่อนการเลือกคณะ และรู้สึกสบายใจที่ใช้ระบบนี้ ทั้งยังเปิดโอกาสให้เด็กได้หลายครั้งด้วย

ที่มา : http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=376169&lang=T&cat=

Friday, April 10, 2009

สทศ.ประกาศวันสมัครสอบ GAT-PAT

สทศ.ประกาศวันสมัครสอบ GAT-PAT

ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า จากการที่ สทศ.จัดการสอบ GAT และ PAT ครั้งที่ 2 เดือน ก.ค. 2552 สทศ.เปิดโอกาสให้ผู้ที่สมัครสอบแล้วและจะสมัครใหม่ เลือกสนามสอบได้ด้วยตนเองในวันที่ 20 เม.ย.ถึงวันที่ 10 พ.ค.นี้ แบ่งผู้สมัครออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มแรก สมัครสอบแล้วและไม่ประสงค์จะสมัครเพิ่มวิชา ให้เลือกสนามสอบวันที่ 20 เม.ย.ถึง 12 พ.ค.

กลุ่มที่ 2 เคยสมัครแล้วและต้องการเพิ่มวิชาสอบ สมัครได้วันที่ 20 เม.ย.ถึง 2 พ.ค. เลือกสนามสอบวันที่ 20 เม.ย.ถึง 12 พ.ค.

โดยกลุ่มที่ 1 และ 2 จะแบ่งวันเลือกสนามสอบตามพื้นที่ ดังนี้

กรุงเทพฯ เลือกสนามสอบวันที่ 20-21 เม.ย.

ภาคกลาง ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ชัยนาท, นครนายก, สระบุรี, นครสวรรค์, อุทัยธานี, กำแพงเพชร, สุโขทัย, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, สุพรรณบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม เลือก สนามสอบวันที่ 22-23 เม.ย.

ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ได้แก่ จ.ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ตาก, ราชบุรี, กาญจนบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์ เลือกสนามสอบวันที่ 24-25 เม.ย.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลือกสนามสอบวันที่ 26-27 เม.ย.

ภาคใต้ เลือกสนามสอบวันที่ 28-29 เม.ย.

ภาคเหนือ เลือกสนามสอบ วันที่ 30 เม.ย.-1 พ.ค.

หากผู้สมัครกลุ่มที่ 1 และ 2 เลือกสนามสอบไม่ทันตามที่กำหนด สามารถเข้าเว็บไซต์ สทศ. เพื่อเลือกสนามสอบได้อีกครั้งในวันที่ 3-12 พ.ค.

ส่วนกลุ่มที่ 3 เป็นนักเรียน ม.5 ขึ้นไปที่ยังไม่เคยสมัครสอบและประสงค์จะสมัครสอบ รับสมัครตั้งแต่วันที่ 3-10 พ.ค. เลือกสนามสอบ วันที่ 3-12 พ.ค.นี้

“สทศ. เปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกสนามสอบได้เอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักเรียนได้สอบในสนามสอบที่ต้องการ โดย สทศ.เตรียมที่นั่งสอบและสนามสอบไว้เพียงพอผู้เข้าสอบ หากเลยกำหนดการเลือกสนามสอบ สทศ.จะเป็นผู้จัดสนามสอบให้ ดังนั้นขอให้ผู้สมัครสอบ GAT และ PAT ครั้งที่ 2 เข้าเว็บไซต์ สทศ. www.niets.or.th เลือกสนามสอบตามกำหนด ส่วนการสอบครั้งที่ 3 จะเลือกอีกครั้ง” ศ.ดร.อุทุมพรกล่าว.



ที่มา - ไทยรัฐ ปีที่ 60 ฉบับที่ 18706 วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2552

คัดลอกจาก....

http://www.kruthai.info/board03/show.php?Category=news&No=753

Sunday, March 15, 2009

“ชัยวุฒิ” จี้ สทศ.เร่งเครื่องประชาสัมพันธ์ GAT, PAT ให้แพร่หลาย

“ชัยวุฒิ” จี้ สทศ.เร่งเครื่องประชาสัมพันธ์ GAT, PAT ให้แพร่หลาย เผย ไม่คัดค้านมหาวิทยาลัยรับตรงมากขึ้น ระบุเข้าใจดีว่าแต่ละสถาบันอยากได้นิสิตนักศึกษาที่ตรงกับความต้องการ

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังร่วมประชุมบอร์ดสถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) ว่า สทศ.รับภาระหน้าที่ในการสอบ GAT, PAT ซึ่งจะเริ่มใช้ในปี 2553 โดยจะเริ่มสอบครั้งแรกวันที่ 7-8 มีนาคมนี้ แต่มีหลายคนยังไม่ค่อยรู้ เพราะฉะนั้น สทศ.ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ทราบอย่างแพร่หลาย โดยประสานขอความร่วมมือจาก สพฐ. ผอ.เขต สพท.ซึ่งเหตุผลที่ก่อนหน้าที่ สทศ.ไม่กล้าประชาสัมพันธ์เพราะเกรงว่าจะทำให้เด็กเกิดความสับสนกับ A-NET ซึ่งใช้เป็นปีสุดท้าย

ทั้งนี้ ให้เด็ก ม.5 และ ม.6 สมัครสอบ GAT, PAT ได้ 3 ครั้ง โดยเลือกคะแนนครั้งที่ดีที่สุดมาเป็นส่วนประกอบในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย อย่างไรก็ดี มีนักวิชาการบางท่านได้ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อสอบแต่ละครั้งจะมีความยากง่ายต่างกัน ขอยืนยันว่า การออกข้อสอบทุกครั้งมาตรฐานเดียวกัน เพราะว่า สทศ.จะมีคลังข้อสอบ โดยคณะกรรมการจะออกข้อสอบ ง่าย ปานกลาง ยาก แล้วเวลาเลือกข้อสอบจะเลือกคละกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นกังวลอยากเตือนนักเรียน ว่า การสอบ GAT, PAT ไม่จำเป็นต้องสอบครบทั้ง 3 ครั้ง และทุกวิชา นักเรียนเลือกวิชาที่คิดว่าพร้อม จะได้ไม่เสียเงินไปติว

ส่วนเรื่องมหาวิทยาลัยแห่งไหน ต้องการเปิดรับตรงเพื่อคัดเลือกเด็กให้ตรงกับสาขา หรือคณะ ขอให้นำคะแนนการสอบ GPAX, GAT, PAT และอื่นๆ มาใช้เป็นองค์ประกอบในการคัดเลือก แต่อาจให้มหาวิทยาลัยปรับสัดส่วนคะแนน GPAX, GAT, PAT ซึ่งไม่จำเป็นต้องคะแนนเท่ากัน เพื่อให้มหาวิทยาลัยได้เด็กตามคุณสมบัติที่จะเรียนในคณะ สาขา แต่คงไม่ให้มหาวิทยาลัยจัดดำเนินการสอบคัดเลือกเอง โดยยกเว้นหลักสูตรพิเศษ เช่น INTER ที่ให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้คัดเลือกเอง

“ยอมรับว่า ปัญหาการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยนั้น มีปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ต้องปรับปรุงให้ระบบการคัดเลือกเด็กได้ตรงสาขามากที่สุด อาจจะใช้วิธีดูผลสอบ GAT, PAT และอื่นๆ โดยมหาวิทยาลัยบางแห่งอาจให้น้ำหนัก ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คณิต สูงกว่าแห่งอื่น คือไม่จำเป็นต้องใช้คะแนนเท่ากัน”

นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า จะผลักดันให้ สทศ.มีบทบาทระดับชาติ บริษัทเอกชน หน่วยงานรัฐบาล ยอมรับโดยใช้ผลสอบเป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกเข้าทำงาน ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนกว่า 200 แห่ง จะนำผลสอบ O-NET ป.6 มาประกอบการคัดเลือกเด็ก ม.1